Plan
Your Visit

How to get here

  • ระหว่างประเทศ

  • ภายในประเทศ

      • จากกรุงเทพฯ การเดินทางมายังจังหวัดภูเก็ต สามารถใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) จากนั้นใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (ถนนเพชรเกษม) ผ่าน จังหวัดนครปฐม ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพรระนอง จากจังหวัดระนอง ผ่านอำเภอกระบุรี และ อำเภอกะเปอร์ มุ่งตรงสู่จังหวัดพังงา ผ่านอำเภอ คุระบุรี ตะกั่วป่า และท้ายเหมือง ก่อนจะเข้าตัวบ้านโคกกลอย จากนั้นเดินทางข้ามสะพานท้าวเทพกระษัตรี หรือสะพานสารสิน รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 817 กิโลเมตร

      • การเดินทางมาภูเก็ต มีรถโดยสารประจำทางให้บริการ ทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ใน กรุงเทพฯ ไปยังภูเก็ตทุกวัน รวมระยะทางทั้งหมดประมาณ 900 กิโลเมตร ใช้เวลาให้การเดินทางประมาณ 10-12 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดตารางเดินรถเพิ่มเติมได้ที่

      • - สถานีขนส่งสายใต้ใหม่ กรุงเทพฯ โทร: (02) 8946122

      • - สถานีขนส่งภูเก็ต โทร: (076) 211480

      • - บริษัท ขนส่ง จำกัด โทร: (02) 4347192, (02) 4345557-8

      • - บริษัท ภูเก็ตท่องเที่ยว จำกัด โทร: (02) 8859025-6, (076) 222107-9

      • - บริษัท ภูเก็ตเซ็นทรัลทัวร์ โทร: (02) 4355019, (076) 213615, (076) 214335

      • มีสายการบินภายในประเทศเปิดให้บริการเที่ยวบินโดยสารมายัง สนามบินนานาชาติภูเก็ต ทุกวัน จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาบินประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที

      • - การบินไทย (Thai Airways) มีบริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) และ เชียงใหม่ (เฉพาะขาเข้า) ทุกวัน

      • - บางกอกแอร์เวย์ (Bangkok Airways) มีบริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ) และ เกาะสมุย

      • - ไทยแอร์เอเชีย (Air Asia) มีบริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ), เชียงใหม่ และ อุดรธานี

      • - นกแอร์ (Nok Air) มีบริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) ทุกวัน

      • - โอเรียนไทยแอร์ไลน์ (1-2-Go) มีบริการเที่ยวบินจาก กรุงเทพฯ (สนามบินดอนเมือง) ทุกวัน

      • - แฮปปี้แอร์ (Happy Air) มีบริการเที่ยวบินจาก ท่าอากาศยานนานาชาติหาดใหญ่

      • โปรดตรวจสอบ ตารางโดยสารเครื่องบิน

      • - เรือที่เข้ามาในจังหวัดภูเก็ต มีทั้งเรือขนถ่ายสินค้า และเรือท่องเที่ยวจากทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ติดต่อสอบถามได้ที่บริษัทตัวแทนจำหน่ายต่างๆ ได้

      • - ไม่มีบริการรถไฟจากกรุงเทพฯ มาภูเก็ตโดยตรง หากต้องการเดินทางโดยรถไฟต้องไปลงที่สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี (อยู่ที่อำเภอพุนพิน) แล้วต่อรถโดยสารประจำทางเข้าจังหวัดภูเก็ต ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 1690, (02) 2237010, (02) 2237020, (02) 2204334

  • ภายในจังหวัดภูเก็ต

      • - สามารถนั่งได้ 6 คน ค่าโดยสารประมาณ 40 - 100 บาท สำหรับระยะทางใกล้ๆ แต่หากคุณต้องการไปที่ไกลๆ โดยใช้รถตุ๊กตุ๊กคุณอาจจะต้องจ่ายค่ารถในราคาที่สูงถึง 300-600 บาท ซึ่งราคาค่าโดยสารจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการต่อรองของคุณเอง

      • - รถสองแถวในภูเก็ตมีสีรถที่เป็นเอกลักษณ์ คือสี ฟ้าเหลือง โดยรถจะวิ่งไปตามเส้นทางรอบเกาะ เริ่มตั้งแต่เวลา 6 โมงเช้า ถึง 1 ทุ่ม และถ้าคุณต้องการจะให้รถสองแถวจอดตรงไหนเพียงแค่ให้สัญญาณกับคนขับ ซึ่งจะมีกริ่งติดอยู่บริเวณที่นั่งผู้โดยสาร โดยรถจะออกทุกๆ 15 นาทีจากท่ารถ ซึ่งอยู่บริเวณตลาดสดในตัวเมืองภูเก็ต

      • - รถแท๊กซี่มีอยู่ทั่วไปในจังหวัดภูเก็ต ขอแนะนำให้ท่านใช้รถแท๊กซี่ต่อเมื่อเขาเปิดใช้มิเตอร์เท่านั้น เพราะมิฉะนั้นท่านอาจจะโดนเรียกเก็บค่าโดยสารในราคาที่สูงกว่าปกติ

      • - รถมอเตอร์ไซด์รับจ้างนั้นมีอยู่มากมายในตัวจังหวัดภูเก็ต ซึ่งถือว่ามีปริมาณมากกว่ารถโดยสารประเภทอื่นๆ สามารถสังเกตุได้ง่ายโดยดูจากเสื้อกั๊กที่ผู้ขับขี่สวมใส่อยู่ซึ่งจะมีตัวเลขอยู่ด้านหลัง เสื้อกั๊กจะมีทั้งสีแดงและสีเขียว ผู้โดยสารยังสามารถต่อรองราคาก่อนที่จะไปยังที่หมายได้เช่นเดียวกับรถตุ๊กตุ๊ก

      • - นักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถมอเตอร์ไซด์หรือรถยนต์ ได้เกือบทุกที่ในจังหวัดภูเก็ต จากร้านหรือบริษัทที่ให้บริการโดยผู้ขับขี่จะต้อง ใบอนุญาตขับขี่มอเตอร์ไซด์หรือรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุ และจำเป็นต้องแสดงใบขับขี่ตอนเช่าด้วยราคารถยนต์เช่าเริ่มต้นที่ประมาณ 700-800 บาทต่อวัน ไม่รวมค่าน้ำมันซึ่งคุณต้องเป็นคนออกเอง

      • - สำหรับรถมอเตอร์ไซด์ให้เช่า มีตั้งแต่ราคา 200 บาท ต่อวันสำหรับมอเตอร์ไซด์ขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่ราคาจะอยู่ที่ ประมาณ 1,000 บาท ต่อวัน

      • ข้อควรจำ

        • - ควรมีประสบการณ์ในการขับรถ เนื่องจากภูเก็ตไม่ใช่ที่สำหรับนักหัดขับรถเพราะการจราจรค่อนข้างแออัด

        • - ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

        • - ควรสวมหมวกกันน๊อกทุกครั้งเมื่อขับขี่รถมอเตอร์ไซด์ หากถูกตำรวจจับกุมโดยไม่สวมหมวกกันน็อคจะต้องเสียค่าปรับ 500 บาท

        • - การเช่ารถทุกครั้งจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพกใบอนุญาตขับขี่รถ

        • - ถ้าเช่ารถยนต์จากร้านข้างนอก นอกเหนือจากทางบริษัท ควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่ามีประกันภัยรวมด้วยหรือไม่

        • - กรุณาตรวจสอบสภาพรถก่อนเช่าทุกครั้ง หากมีรอยขีดข่วนเกิดขึ้นโปรดแจ้งพนักงานให้ทราบก่อนเพื่อให้เขาได้ลงบันทึกไว้ก่อนเช่าจะเช่าไป และต้องแน่ใจว่ามีประกันภัยรับรอง

        • - ประกันภัยนั้นไม่ได้รวมในตอนที่ทำสัญญาการเช่ารถ เพราะฉะนั้นแล้วท่านควรมีประกันภัยของตัวท่านหรือจ่ายค่าประกันภัยเพิ่มให้กับบริษัท เพราะถ้าเกิดมีการเฉี่ยวหรือชนเกิดขึ้น ผู้เช่าจำเป็นต้องจ่ายค่าเสียหายเองทั้งหมด